ได้มีจิตแพทย์จำแนกการยิ้มได้เป็น 3 แบบ คือ ยิ้มจริงใจ ยิ้มเสแสร้ง ยิ้มเศร้า
1. ยิ้มจริงใจ คือ
ยิ้มที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกที่ดีงาม ยิ้มจริงใจเป็นการแสดงความรู้สึกทาง
ด้านบวกอย่างแท้จริงจะปรากฏขึ้น
หลังจากได้รับรู้สภาวะของอารมณ์ซึ่งรวมทั้งความยินดีจาก
สิ่งกระตุ้น ทางตา หู จมูก ลิ้น การสัมผัส อย่างรักใคร่ก็สามารถเรียกรอยยิ้ม อย่างจริงใจออก
สิ่งกระตุ้น ทางตา หู จมูก ลิ้น การสัมผัส อย่างรักใคร่ก็สามารถเรียกรอยยิ้ม อย่างจริงใจออก
มาได้ รอยยิ้มอย่างจริงใจนี้สามารถเกิดขึ้นได้
เมื่อหายจากเจ็บปวดจากแรงกดดันที่อึดอัดได้
เหมือนกัน
เหมือนกัน
ยิ้มอย่างจริงใจนี้
นอกจากจะใช้กล้ามเนื้อยิ้มตามปกติคือ กล้ามเนื้อขากรรไกรแล้ว ยังใช้กล้าม
เนื้อรอบดวงตาอีกด้วย
ผลของการยิ้มจริงใจทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมน "ความสุข"
(เอนเดอร์ฟิน)
ออกมา ซึ่งฮอร์โมนนี้จะไปออกฤทธิ์ทำให้ม่านตาขยายตัว
และตามีประกายของ
ความสุขที่เราเรียกว่า "ตายิ้ม" ซึ่งตานี้เองจะแสดงออกถึงความรักความเป็นมิตรและความอบอุ่น
ความสุขที่เราเรียกว่า "ตายิ้ม" ซึ่งตานี้เองจะแสดงออกถึงความรักความเป็นมิตรและความอบอุ่น
2. ยิ้มเสแสร้ง ก็คือรอยยิ้มที่ประดิษฐ์ขึ้น
โดยเจตนาจะทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดทำให้ผู้อื่นคิดว่าเรา
รู้สึกว่าอย่างนั้น จริงๆ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ ยิ้มเสแสร้ง คือ การเจตนาที่จะพยายามกระตุ้นให้เกิดอารมณ์
ความรู้สึกในด้านดี ยิ้มเสแสร้ง จะปรากฏบนใบหน้านานกว่ายิ้มจริงใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคจิต
หลายคนเห็นว่า การหัวเราะเป็นตัวการที่จะปลดปล่อยความตึงเครียด หรือความตื่นเต้นที่มีมาก
รู้สึกว่าอย่างนั้น จริงๆ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ ยิ้มเสแสร้ง คือ การเจตนาที่จะพยายามกระตุ้นให้เกิดอารมณ์
ความรู้สึกในด้านดี ยิ้มเสแสร้ง จะปรากฏบนใบหน้านานกว่ายิ้มจริงใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคจิต
หลายคนเห็นว่า การหัวเราะเป็นตัวการที่จะปลดปล่อยความตึงเครียด หรือความตื่นเต้นที่มีมาก
จนเกินไป
การหัวเราะช่วยปรับความสมดุล ให้อยู่ในสภาวะปกติ แม้ว่าจริงๆ
แล้วมันอาจจะไม่
ตลกเลยก็ตาม
เหตุผลที่เราชอบหัวเราะอีกอย่างหนึ่งก็เพราะ
เวลาหัวเราะเราต้องยิ้มก่อนและใบ
หน้าที่มีรอยยิ้ม ย่อมน่าดูกว่าใบหน้าบึ้งตึงดุร้าย การหัวเราะจึงเป็นอีกขั้นหนึ่ง ของการยิ้มนั่นเอง
คุณสามารถยิ้มไปโดยไม่ต้องหัวเราะ แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะหัวเราะโดยไม่ยิ้ม
หน้าที่มีรอยยิ้ม ย่อมน่าดูกว่าใบหน้าบึ้งตึงดุร้าย การหัวเราะจึงเป็นอีกขั้นหนึ่ง ของการยิ้มนั่นเอง
คุณสามารถยิ้มไปโดยไม่ต้องหัวเราะ แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะหัวเราะโดยไม่ยิ้ม
คนที่สามารถยิ้มและหัวเราะอย่างจริงใจก็เหมือนกับกำลังพูดว่า "ฉันไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรนะ
ฉันเป็นมิตรนะ ฉันอยู่ข้างเธอนะ"
คนที่สามารถยิ้มและหัวเราะในสถานการณ์ที่เป็นอันตราย
จริงๆ
นั้นก็คือ คนที่เป็นอัจฉริยะโดยแท้ เพราะเท่ากับเขากำลังพูดว่า
"ฉันไม่กลัวหรอก"
3. ยิ้มเศร้า มนุษย์เราเป็นทุกข์เพราะเราทำตัวเองเป็นทุกข์
และเรายังทำให้ผู้อื่นเป็นทุกข์
อีกด้วย
คนที่หัวเราะมากๆ จะมีชีวิตยืนนาน คนที่มีความสุขจะมีอายุยืนกว่าคนที่อมทุกข์ การ
ที่จะให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ
จำเป็นจะต้องมีการแบ่งปัน คนที่รู้จักหัวเราะ ก็คือ คนที่รู้จักแบ่ง
ปันนั่นเอง
ปันนั่นเอง
"ดร.อาหาร ดร.เงียบ และ ดร.รื่นเริง" เป็นผู้เชี่ยวชาญยารักษาที่ดีที่สุดในโลก
การรักษา
เยียวยานั้น ต้องมาจากภายในและเรานั่นเองและที่จะมีอำนาจรักษาตัวเองได้ การหัวเราะมัก
จะเกิดพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ไปในทางที่ดีที่ใครๆ ก็เห็นได้ชัด เช่น นัยน์ตา
เป็นประกาย บุคลิกสดใส การร้องไห้จึงนับว่าเป็นการบำบัดอย่างหนึ่ง ช่วยลบล้างความทุกข์
หรือเกิดจากทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้ จะมีส่วนผสมทางเคมีแตกต่างจากน้ำตาที่เกิดจากผงเข้าตา
เยียวยานั้น ต้องมาจากภายในและเรานั่นเองและที่จะมีอำนาจรักษาตัวเองได้ การหัวเราะมัก
จะเกิดพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ไปในทางที่ดีที่ใครๆ ก็เห็นได้ชัด เช่น นัยน์ตา
เป็นประกาย บุคลิกสดใส การร้องไห้จึงนับว่าเป็นการบำบัดอย่างหนึ่ง ช่วยลบล้างความทุกข์
หรือเกิดจากทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้ จะมีส่วนผสมทางเคมีแตกต่างจากน้ำตาที่เกิดจากผงเข้าตา
น้ำตาที่เกิดจากอารมณ์ภายในจะมีสารช่วยลดความเจ็บปวดอยู่ด้วย
ซึ่งจะผลิตออกมาใน
ปริมาณมากเป็นพิเศษ
เพื่อช่วยให้เราเอาชนะความเจ็บปวดและความโศกเศร้าได้ คนที่
พยายามยิ้มและหัวเราะอยู่เสมอ
แม้จะรู้สึกเป็นทุกข์อยู่ภายใน ก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลง
อารมณ์เป็นไปในทางดีได้
จะมีความสุขขึ้นทั้งสมองและจิตใจ
ใครดำเนินชีวิตอย่างหวาดกลัวตลอดเวลา
มักจะป่วยบ่อยๆ ความกลัวสามารถทำให้ส่วนใด
ส่วนหนึ่งของร่างกายจับแข็งจนเลือด
และฮอร์โมนกับสิ่งบำรุงร่างกายไปเลี้ยงไม่ถึง การหัว
เราะ จะช่วยให้มันละลายแล้วเริ่มทำงานตามปกติต่อไป
คนที่เป็นทุกข์เนื่องจากมีความกลัว
อยู่ตลอดเวลา
ร่างกายจะผลิตสารอะดรีนาลินออกมามากเกินไป
และไหลเวียนไปทั่งร่างกาย
ตลอดเวลาทำให้ล้มเจ็บได้ ความกลัวสามารถลดได้ด้วยการเผชิญหน้ากับสาเหตุนั้นๆ และ
ตลอดเวลาทำให้ล้มเจ็บได้ ความกลัวสามารถลดได้ด้วยการเผชิญหน้ากับสาเหตุนั้นๆ และ
การหัวเราะก็เป็นวิธีเผิชญหน้ากับความกลัวที่ดีที่สุด
เป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพที่สุด ถ้าเรา
เรียนรู้ที่จะหัวเราะให้มากขึ้น
ในไม่ช้าความกลัวก็จะค่อยๆ หมดไป
วิธีดูว่ายิ้มอย่างไหนจึงจะเหมาะสำหรับคุณก็คือ
ลองยืนหน้ากระจกเงา แล้วแสดงสีหน้าแบบ
ต่างๆ
ทั้งยิ้มและบึ้ง สังเกตว่า สีหน้าแบบไหนที่ทำให้คุณดูอ่อนวัยลง มีชีวิตชีวา
มีเสน่ห์ขึ้น
แต่ละคนจะมีรอยยิ้มเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองแตกต่างกันออกไป รอยยิ้มที่ค้างอยู่บนใบ
หน้านานเกินไป
จะดูเหมือนกับหุ่นยนต์ หรือยิ้มเสแสร้ง คุณควรจะมีรอยยิ้มที่จริงใจจะดีกว่า
เพราะถ้ายิ้มเสแสร้งของคุณเด่นชัดเกินไป ผู้คนก็จะไม่เชื่อถือ
บางครั้งคนอื่นจะตัดสินเราที่เสียงมากกว่ารูปร่างหน้าตา
ดังนั้นเราควรจะพูดด้วยรอยยิ้มบน
ใบหน้าเวลาตอบโทรศัพท์
คนที่อยู่ปลายสายอีกข้างหนึ่ง ไม่เห็นรอยยิ้มกับประกายตา อัน
แวววาวของคุณหรอก
แต่คุณต้องใส่มันลงไปในน้ำเสียง มาพูดโทรศัพท์ด้วยรอยยิ้มกันดี
กว่า
วิธีมีรอยยิ้มอันสดใส
ไม่ใช่ความลับอะไรหรอก เพียงแต่หัดยิ้มให้บ่อยๆ เท่านั้นแหละ ยิ่งคุณ
ยิ้มมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนอื่น แต่รางวัลพิเศษแท้จริงก็คือ คุณจะค่อยมีความ
สุขมากขึ้นควบคู่ไปด้วย
รู้คุณค่าของการยิ้มและวิธีใช้มันให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง รอยยิ้ม
เปรียบเสมือนดวงประทีป
